การถ่ายทอดความรู้ทางศิลปะ

ศิลปะเป็นสิ่งที่สามารถถ่ายทอดให้กันได้โดยการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นนั่นเอง ถึงแม้คนที่สร้างสรรค์ศิลปะนั้นมักจะบอกว่าสิ่งเหล่านี้นั้นเป็นพรสวรรค์ที่ได้มาจากพระเจ้าหรือได้จากใครต่างๆนานาก็ตามแต่จริงๆแล้วนั้นนอกจากพรสวรรค์ที่คนที่สร้างสรรค์ศิลปะต่างๆได้นั้นต้องมีมากพอกับพรสวรรค์หรืออาจจะต้องมากกว่าก็คือพรแสวงนั่นเอง เพราะต่อให้พระเจ้าหรือเทยองค์ใดจะประทานพรสวรรค์ด้านศิลปะมาอย่างมากมายคนๆนั้นก็ไม่สามารถจพประสบความสำเร็จกับศิลปะได้เลยถ้าเกิดหากไม่ได้พรแสวงร่วมด้วยนั่นเอง

ดังนั้นแล้วต่อให้มีพรสวรรค์ก็ไม่สามารถที่จะประสบความสำเร็จได้ถ้าหากเกิดไม่มีพรแสวงดังนั้นแล้วศิลปะจึงเป็นสิ่งที่สามารถถ่ายทอดกันได้นั่นเอง เพราะถ้าหากคนที่อยากจะเรียนรู้ศิลปะจริงๆนั้นถึงแม้เขาคนนั้นจะไม่มีพรสวรรค์ในด้านศิลปะเลยสักนิดเดียวแต่เขานั้นมีพรแสวงอย่างล้นเปี่ยมและหาทุกวิถีทาวเพ่อที่จะทำให้ตัวเขานั้นรู้จักและสามารถสร้างสรรค์ผลงานศิลปะได้ แน่นอนว่าคนที่ไม่มีพรสวรรค์ด้านศิลปะเลยนั้นสามารถที่จะประสบความสำเร็จทางด้านงานศิลปะนั่นเอง

ในปัจจุบันการถ่ายทอดศิลปะต่างๆออกมานั้นจากทั้งประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในตัวศิลปินเอง ที่มีการออกมาเล่าถึงเรื่อราวและเส้นทางเดินของพวกเขาทางด้านศิลปะนั้นก็ถือเป็นการถ่ายทอดออกมาในลักษณะการเล่าเรื่องเพื่อให้คนที่อยากจะเป็นศิลปินและเดินบนเส้นทางนี้นั้นได้คิดและเหมือนเป็นการสร้างกำลังใจและความกดดันเพื่อให้คนที่อยากเป็นศิลปินนั้นได้ฟังนั่นเอง

ซึ่งศิลปินที่มีการออกมาถ่ายทอดเรื่องราวของตัวเองรวมถึงความรู้ด้านศิลปะเป็นสิ่งที่สามารถก่อให้เกิดศิลปินหน้าใหม่ขึ้นมาด้วยเพราะเนื่องจากสิ่งที่ศิลปินทำนั้นเป็นการถอดทอดความรู้ที่พกเขามีและสั่งสมเอาไว้ดป็นระยะเวลาที่ยาวนานเพื่อให้ศิลปินหน้าใม่ได้เกิดความคิดและจินตนาาการที่มีความแปลกใหม่ไปจากเดิมขึ้นมาได้ด้วย

โดยส่วนใหญ่ผู้ที่เชี่ยวชาญและมีความรู้ทางด้านศิลปะนั้นมักจะมีการถ่ายทอดความรู้ให้ผู้อื่นอยู่เสมอ เพราะนอกจากจะเป็นการแสดงถึงศักยภาพในความรู้ทางด้านศิลปะแล้วนั้นยังเป็นการทำให้วงการศิลปะมีการเจริญเติบโต เพื่อให้เกิดศิลปินและศิลปะชนิดใหม่ขึ้นได้นั่นเอง ถึงแม้จะเป็นการถ่ายทอดจากผู้มีความรู้แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้ที่รับการถูกถอดทอดความรู้ก็จะต้องมีจินตนาการและการนำไปปรับใช้ได้ด้วย เพราะถึงแม้ผู้ที่มีความรู้จะนำสิ่งที่ตัวเองนั้นมีมาถ่ายทอดมากน้อยเพียงใดแต่หาผู้รับนั้น

ไม่สามารถนำไปก่อให้เกิดสิ่งใหม่หรือนำไปต่อยอดต่อได้ ศิลปะก็จะไม่มีทางเกิดขึ้นได้นั่นเอง ดังนั้นแล้วจินตนาการเป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่าความรู้เมื่อเราได้รับความรู้เราจงน้ำเข้าสู่กระบวนการจินตาการให้ไว้ที่สุดเพื่อที่เราจะสามารถทำสิ่งใหม่ๆให้เกิดขึ้นจากการถ่ายทอดสิ่งเหล่านั้นได้นั่นเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์ อันดับ1