แนะนำวัดเก่าแก่ที่มีอายุยาวนานมากว่าร้อยปีของจังหวัดนนทบุรี 

วันนี้จะมาแนะนำวัดที่มีการสร้างมายาวนาน และมีคนนิยมไปกราบไหว้ขอพรกันมาก จะมีวัดอะไรบ้างไปดูกัน

วัดตะเคียน  

วัดที่นี่มีการคาดการณ์กันว่ามีการสร้างมาตั้งแต่สมัย พระบาทสมเด็จรัชกาลที่ห้า เป็นซึ่งที่วัดแห่งนี้มีทั้งความเก่าแก่และมีประวัติศาสตร์อันยาวนานเป็นอย่างมาก  โดยในช่วงแรกที่มีการสร้างวัดแห่งนี้ มักจะมีพระมาประจำพรรษาเป็นบางครั้งเท่านั้นโดยบางครั้งวัดแห่งนี้ก็กลายเป็นวัดร้างเพราะไม่มีพระ แต่นับตั้งแต่มีหลวงปู่แย้มมาเป็นเจ้าอาวาสที่วัดแห่งนี้ และท่านได้มีการแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ทำให้ประชาชน เข้ามากราบไหว้กันเป็นจำนวนมาก และท่านยังได้พัฒนาวัดตะเคียนอย่างต่อเนื่องจนเป็นที่เคารพแก่คนทั่วไป

วัดกู้ หรือที่ชาวบ้านมักจะรู้จักกันในนามวัดพระนางเรือร่ม

ซึ่งวัดแห่งนี้ก็มีการสร้างมานานมาแล้ว โดยที่วัดที่พื้นที่ติดกับริมน้ำเจ้าพระยา ซึ่งเคยมีเรืองเล่าขานเกี่ยวกับวัดแห่งนี้ว่า เมื่อก่อนตอนสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ห้า พระอัครมเหสีของพระองค์ ได้เดินทางผ่านมาถึงบริเวณคุ้งน้ำตรงนี้พอดีแล้วเกิดอุบัติเหตุเรือร่ม ทำให้พระองค์เสียชีวิตและได้มีการกู้ซากของเรือรวมถึงนำร่างของพระองค์ขึ้นมาที่ท่าน้ำของวัดแห่งนี้ นับแต่นั้นมาชาวบ้านก็เรียกที่นี่ว่า วัดกู้ และที่นี่จะมีหลวงพ่อสมปรารถนา ที่ชาวบ้านเลื่อมใส่ศรัทธาเดินทางมากราบไหว้ขอพรกันเป็นประจำ

วัดบางไผ่  

อีกหนึ่งวัดที่มีความเก่าแก่เป็นอย่างมาก โดยมีการคาดการณ์ถูกสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเลยที่เดียว ที่นี่มีทั้งหอไตรและที่เก็บหนังสือ พระไตรปิฏก และยังมีการสร้างพระแก้วมรกตจำลองเพื่อให้คนมากราบไหว้บูชาด้วย รวมถึงที่นี่มีหลวงพ่อทอง และหลวงพ่ออื่นอื่นอีกมากมาย  

วัดบางจาก

เป็นวัดที่มีการสร้างมาตั้งแต่ ปี 2365  เป็นวัดเก่าแก่ที่ถูกสร้างโดยกลุ่มคนมอญ วัดแห่งนี้มีพื้นที่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา และมีการสร้างรูปปั้นบอกเล่าเรื่องราวนิทานทางประวัติศาสตร์เอาไว้มากมาย  รวมถึงมีที่ทำบุญไหว้พระมากมายหลายจุด ประชาชนมักนิยมเดินทางมาที่วัดแห่งนี้กันเป็นประจำ

วัดละหาร 

เป็นอีกวัดที่มีความสวยงามและมีความเก่าแก่มายาวนานคู่กัน  มีวัดนี้คาดการณ์กันว่ามีการสร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่1 และสร้างยาวนานต่อมาจนถึงรัชกาลที่ 2   ซึ่งแต่เดิมมีการเรียกวัดแห่งนี้ว่าวัดลาว ต่อมาพอมาถึงสมัยรัชกาลที่5 จึงได้มีการเปลี่ยนชื่อมาเป็นวัดราชบัญหาร และมีการเรียกชื่อวัดเพี้ยนกันจนเป็นวัดละหารมาถึงปัจจุบัน